ความดันโลหิตสูง (Hypertension)
ความดันโลหิตสูง คือ ภาวะที่แรงดันของเลือดที่ไหลผ่านหลอดเลือดแดงมีค่าสูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง เป็นโรคเรื้อรังที่พบได้บ่อยมากในประชากรทั่วโลก และเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไต หากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
1. ความหมายของความดันโลหิต
ความดันโลหิต คือ แรงดันที่เลือดกระทำต่อผนังหลอดเลือดในขณะที่หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ค่าความดันโลหิตประกอบด้วยตัวเลข 2 ค่า ได้แก่
-
ค่าความดันตัวบน (Systolic Pressure)เป็นค่าความดันในขณะที่หัวใจบีบตัวเพื่อส่งเลือดออกจากหัวใจ
-
ค่าความดันตัวล่าง (Diastolic Pressure)เป็นค่าความดันในขณะที่หัวใจคลายตัวและรับเลือดกลับเข้าสู่หัวใจ
ค่าความดันปกติของผู้ใหญ่โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 120/80 มิลลิเมตรปรอท (mmHg)
หากค่าความดันโลหิตวัดได้ตั้งแต่ 140/90 mmHg ขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง จะจัดว่าเป็นภาวะความดันโลหิตสูง
2. ประเภทของความดันโลหิตสูง
ความดันโลหิตสูงแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่
2.1 ความดันโลหิตสูงชนิดปฐมภูมิ (Primary Hypertension)
เป็นชนิดที่พบได้มากที่สุด ประมาณ 90–95% ของผู้ป่วยทั้งหมด ไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ มักเกิดจากปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน เช่น พันธุกรรม พฤติกรรมการใช้ชีวิต และอายุที่เพิ่มขึ้น
2.2 ความดันโลหิตสูงชนิดทุติยภูมิ (Secondary Hypertension)
เกิดจากโรคหรือภาวะอื่น ๆ เช่น
-
โรคไตเรื้อรัง
-
โรคของต่อมไร้ท่อ เช่น ต่อมหมวกไตผิดปกติ
-
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
-
การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด ยาสเตียรอยด์
3. สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
แม้บางรายจะไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่เพิ่มโอกาสเกิดความดันโลหิตสูง ได้แก่
-
พันธุกรรม มีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้
-
อายุที่เพิ่มมากขึ้น
-
การบริโภคอาหารเค็มหรือโซเดียมสูง
-
น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
-
ขาดการออกกำลังกาย
-
ความเครียดสะสม
-
การสูบบุหรี่
-
การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
-
ภาวะไขมันในเลือดสูง
-
โรคเบาหวาน
4. อาการของความดันโลหิตสูง
ความดันโลหิตสูงมักถูกเรียกว่า “ฆาตกรเงียบ” เพราะผู้ป่วยจำนวนมากไม่มีอาการแสดงชัดเจน โดยเฉพาะในระยะแรก
อย่างไรก็ตาม บางรายอาจมีอาการ เช่น
-
ปวดศีรษะ โดยเฉพาะบริเวณท้ายทอย
-
เวียนศีรษะ หน้ามืด
-
ใจสั่น
-
เหนื่อยง่าย
-
ตาพร่า
-
เลือดกำเดาไหล
-
แน่นหน้าอก
หากมีอาการรุนแรง เช่น เจ็บหน้าอก แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมองหรือหัวใจขาดเลือด
5. ภาวะแทรกซ้อน
หากปล่อยให้ความดันโลหิตสูงเป็นเวลานานโดยไม่ได้รับการรักษา อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ได้แก่
5.1 โรคหัวใจ
ความดันสูงทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้หัวใจหนาตัว หัวใจโต และอาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว
5.2 โรคหลอดเลือดสมอง
ความดันสูงทำให้หลอดเลือดในสมองแตกหรืออุดตัน เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต
5.3 โรคไตเรื้อรัง
หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไตถูกทำลาย ทำให้ไตเสื่อมและอาจต้องฟอกไต
5.4 โรคทางสายตา
หลอดเลือดในจอประสาทตาเสียหาย อาจทำให้การมองเห็นลดลงหรือถึงขั้นตาบอด
5.5 โรคหลอดเลือดส่วนปลาย
ทำให้ปวดขาเวลาเดิน หรือแผลหายช้า
6. การวินิจฉัย
การวินิจฉัยความดันโลหิตสูงทำได้โดยการวัดค่าความดันโลหิตหลายครั้งในเวลาที่ต่างกัน ไม่ควรตัดสินจากการวัดเพียงครั้งเดียว
แพทย์อาจตรวจเพิ่มเติม เช่น
-
ตรวจเลือดเพื่อดูระดับไขมัน น้ำตาล และการทำงานของไต
-
ตรวจปัสสาวะ
-
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG)
-
ตรวจอัลตราซาวด์หัวใจ
7. การรักษา
การรักษาความดันโลหิตสูงมี 2 แนวทางหลัก คือ การปรับพฤติกรรม และการใช้ยา
7.1 การปรับพฤติกรรม
-
ลดการบริโภคเกลือ ไม่เกินวันละ 1 ช้อนชา
-
รับประทานผัก ผลไม้ และอาหารที่มีไฟเบอร์สูง
-
ลดอาหารมัน อาหารทอด
-
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน
-
ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
-
หลีกเลี่ยงความเครียด
-
งดสูบบุหรี่
-
จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
7.2 การใช้ยา
แพทย์อาจสั่งยาลดความดันโลหิตตามความเหมาะสม เช่น
-
ยากลุ่ม ACE inhibitors
-
ยากลุ่ม ARBs
-
ยากลุ่ม Beta-blockers
-
ยาขับปัสสาวะ
-
ยากลุ่ม Calcium channel blockers
ผู้ป่วยควรรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ และไม่หยุดยาเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์
8. การป้องกัน
แม้บางปัจจัยจะควบคุมไม่ได้ เช่น อายุและพันธุกรรม แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยวิธีต่อไปนี้
-
ตรวจวัดความดันโลหิตเป็นประจำ
-
เลือกรับประทานอาหารสุขภาพ
-
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
-
ควบคุมน้ำหนัก
-
จัดการความเครียดด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ ทำสมาธิ หรือทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย
9. ความสำคัญของการติดตามผล
ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นความดันโลหิตสูงควรติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง ตรวจวัดความดันที่บ้าน และพบแพทย์ตามนัด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว
การดูแลตนเองอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี และลดความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรงต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สรุป
ความดันโลหิตสูงเป็นโรคเรื้อรังที่พบได้บ่อยและมักไม่มีอาการในระยะแรก แต่สามารถก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตร่วมกับการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์ เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการควบคุมความดันโลหิตและป้องกันภาวะแทรกซ้อน
